คำนวณหุ้นปันผล
ดูรายได้ปันผลต่อปี ต่อเดือน หลังหักภาษี และผลของการลงทุนทบต้น
เครื่องมือนี้ช่วยประเมินว่า หากลงทุนในหุ้นปันผล กองทุน หรือสินทรัพย์ที่จ่ายปันผล จะมีรายได้จากเงินปันผลประมาณเท่าไรต่อปี ต่อเดือน และหลังหักภาษีเหลือเท่าไร
ถ้าเลือก “ลงทุนทบต้นด้วยเงินปันผล” ระบบจะจำลองว่าเอาเงินปันผลหลังหักภาษีกลับไปลงทุนต่อ เพื่อดูว่าพอร์ตและเงินปันผลอาจเติบโตอย่างไรในระยะยาว
| ปันผลก่อนภาษี / ปี |
0 |
| ภาษีเงินปันผล / ปี |
0 |
| ปันผลสุทธิหลังภาษี / ปี |
0 |
| ปันผลสุทธิต่อเดือน |
0 |
| ปันผลครอบคลุมค่าใช้จ่าย |
0% |
| มูลค่าพอร์ตปลายงวดโดยประมาณ |
0 |
ระบบจะแปลผลให้หลังจากกรอกข้อมูล
| ปี |
มูลค่าพอร์ต |
ปันผลก่อนภาษี |
ปันผลหลังภาษี |
ลงทุนเพิ่มสะสม |
ตัวอย่างการใช้งาน
ตัวอย่างที่ 1: ลงทุน 1,000,000 บาท ปันผล 7%
ถ้าลงทุน 1,000,000 บาท และได้ Dividend Yield 7% ต่อปี จะมีปันผลก่อนภาษีประมาณ 70,000 บาทต่อปี หากหักภาษี 10% จะเหลือปันผลสุทธิประมาณ 63,000 บาทต่อปี หรือประมาณ 5,250 บาทต่อเดือน
ตัวอย่างที่ 2: ใช้ปันผลช่วยจ่ายค่าใช้จ่าย
ถ้ามีค่าใช้จ่ายเดือนละ 30,000 บาท และปันผลสุทธิเดือนละ 5,250 บาท แปลว่าปันผลช่วยครอบคลุมค่าใช้จ่ายได้ประมาณ 17.5% ยังไม่ถึงขั้นอยู่ได้ด้วยปันผลทั้งหมด แต่ถือเป็นรายได้เสริมที่เริ่มเห็นภาพ
ตัวอย่างที่ 3: ลงทุนทบต้นด้วยเงินปันผล
ถ้าเลือกลงทุนทบต้น ระบบจะนำเงินปันผลหลังหักภาษีกลับไปเพิ่มในพอร์ต ทำให้ฐานเงินลงทุนใหญ่ขึ้น และเงินปันผลในปีถัดๆ ไปมีโอกาสโตขึ้นตามไปด้วย
ภาษีเงินปันผลแต่ละประเภท ควรใส่เท่าไร
-
หุ้นไทย / บริษัทจดทะเบียนไทย:
โดยทั่วไปเงินปันผลถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% ผู้ลงทุนบุคคลธรรมดาสามารถเลือกไม่นำไปรวมคำนวณภาษีปลายปี หรือเลือกนำไปรวมเพื่อใช้สิทธิเครดิตภาษีเงินปันผลได้ ขึ้นกับสถานการณ์ภาษีของแต่ละคน :contentReference[oaicite:0]{index=0}
-
กองทุนรวมไทยที่จ่ายปันผล:
โดยทั่วไปตั้งต้นที่ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 10% เช่นกัน หรืออาจเลือกนำไปรวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ตามเงื่อนไข :contentReference[oaicite:1]{index=1}
-
REIT / กองทุนอสังหา:
โดยทั่วไปสามารถตั้งค่าภาษีเริ่มต้นที่ 10% สำหรับการคำนวณคร่าวๆ แต่รายละเอียดอาจขึ้นกับโครงสร้างกองและประเภทผู้ลงทุน
-
หุ้นต่างประเทศ / ETF ต่างประเทศ:
ภาษีปันผลขึ้นกับประเทศที่ลงทุนและสนธิสัญญาภาษี เช่น หุ้นสหรัฐฯ มักถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายในต่างประเทศก่อน เงินที่ได้รับจริงจึงอาจต่ำกว่า Yield ที่เห็นบนหน้าจอ ควรตรวจสอบกับโบรกเกอร์อีกครั้ง
-
กำหนดภาษีเอง:
เหมาะกับกรณีที่รู้ตัวเลขภาษีจริงจากโบรกเกอร์ หรืออยากจำลองหลายกรณี เช่น 0%, 10%, 15%, 30%
ควรดูผลลัพธ์อย่างไร
อย่าดูแค่ Dividend Yield สูงอย่างเดียว เพราะ Yield สูงอาจมาจากราคาหุ้นตก หรือบริษัทจ่ายปันผลสูงผิดปกติชั่วคราว ควรดูความสม่ำเสมอของกำไร กระแสเงินสด นโยบายจ่ายปันผล หนี้สิน และโอกาสเติบโตของธุรกิจประกอบด้วย
ถ้าใช้เครื่องมือนี้วางแผนระยะยาว ควรลองหลายกรณี เช่น Yield 4%, 6%, 8% และภาษี 10%, 15%, 30% เพื่อดูว่าผลลัพธ์เปลี่ยนมากแค่ไหน
หมายเหตุ
ผลลัพธ์นี้เป็นการประมาณการเบื้องต้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ผลตอบแทนจริงอาจเปลี่ยนแปลงตามราคาหุ้น นโยบายจ่ายปันผล ภาษี ค่าเงิน และภาวะตลาด ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน
เครื่องมือคำนวณการเงินและการตลาดอื่นๆ